ภาษีและกฎหมายใหม่ที่มีผลต่อธุรกิจไทย
ในปี 2025 ภาครัฐได้ออกกฎหมายและปรับปรุงโครงสร้างภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจไทย หลายมาตรการมุ่งเน้นสร้างความยืดหยุ่นให้กับผู้ประกอบการ ลดภาระต้นทุน และส่งเสริมความโปร่งใสในระบบภาษี โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสะอาดและสตาร์ทอัพ
1. การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
รัฐบาลได้ปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มปกติจาก 7% เป็น 8% ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2025 แต่ยกเว้นสินค้าจำเป็น เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานและบริการสาธารณสุข เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและรักษาเสถียรภาพราคา
2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT)
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลทั่วไปยังคงอยู่ที่ 20% แต่ได้เพิ่มสิทธิลดหย่อนสำหรับธุรกิจที่ลงทุนในโซลูชันสีเขียว (Green Tech) โดยสามารถหักรายจ่ายได้ถึง 150% ของมูลค่าการลงทุน ในขณะที่สตาร์ทอัพและกิจการนวัตกรรมได้รับอัตราพิเศษ 15% เป็นเวลา 5 ปีแรก
3. ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax)
เพื่อส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รัฐบาลได้ประกาศใช้ภาษีคาร์บอน ณ แหล่งปล่อยเริ่มต้น 100 บาทต่อโทนคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า (CO₂e) โดยจะปรับเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดจนถึง 300 บาทต่อโทนภายในปี 2030 บริษัทที่ลงทุนระบบจับคาร์บอนจะได้รับเครดิตภาษีคืนตามอัตราที่กำหนด
4. กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ฉบับปรับปรุง
กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ยกระดับประกาศ PDPA เพิ่มเติมในส่วนการป้องกันและรายงานเหตุละเมิดข้อมูลภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมกำหนดบทลงโทษปรับสูงสุด 5 ล้านบาทสำหรับองค์กรที่ไม่ปฏิบัติตาม ทำให้ธุรกิจต้องทบทวนนโยบายและระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลอย่างเคร่งครัด
5. กฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองสตาร์ทอัพ
รัฐบาลนำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมสตาร์ทอัพขึ้นสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับการลงทุน ตลอดจนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการเข้าถึงทุนสนับสนุนจากกองทุน Innovation Fund เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ครบวงจร
ผลกระทบต่อธุรกิจและแนวทางปรับตัว
ภาพรวมมาตรการภาษีและกฎหมายใหม่จะช่วยลดต้นทุนและสร้างแรงจูงใจการลงทุน แต่ธุรกิจต้องปรับระบบบัญชี ให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงด้านภาษี เพิ่มความโปร่งใสในการจัดทำรายงาน และวางแผนการเงินล่วงหน้าโดยคำนึงถึงเครดิตภาษีและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ
สรุปได้ว่า การปรับปรุงภาษีและกฎหมายใหม่ในปี 2025 ถือเป็นโอกาสทองสำหรับธุรกิจไทยที่ต้องการขยายการลงทุนและนวัตกรรม แต่การวางแผนและปรับตัวเชิงรุกเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากมาตรการเหล่านี้
Don't miss a story
Subscribe to our email newsletter:
Don't worry we hate spam as much as you do



