แนวทางการฟื้นฟูพื้นที่ชายแดนหลังความขัดแย้ง: ด้านสาธารณสุข, พาณิชย์ และความมั่นคง
หลังจากความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชาในปี 2025 ได้สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิต ความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่ชายแดนทั้งสองประเทศ รัฐบาลไทยจำเป็นต้องเร่งดำเนินแนวทางฟื้นฟูอย่างครอบคลุมในสามด้านหลัก คือ สาธารณสุข การพาณิชย์ และความมั่นคง เพื่อให้พื้นที่ชายแดนสามารถฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืนและลดความเสี่ยงของการเกิดความขัดแย้งซ้ำในอนาคต
1. ฟื้นฟูระบบสาธารณสุขและการเข้าถึงบริการพื้นฐาน
หนึ่งในผลกระทบที่รุนแรงที่สุดจากความขัดแย้งคือการปิดทำการของโรงพยาบาล 9 แห่ง และศูนย์สุขภาพ 128 แห่งในพื้นที่ชายแดนไทย ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในช่วงวิกฤติได้ โดยเฉพาะผู้พลัดถิ่นและผู้สูงอายุ
- การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ที่ได้รับความเสียหาย
- การจัดตั้งทีมแพทย์เคลื่อนที่และศูนย์สุขภาพชั่วคราวในพื้นที่ลี้ภัย
- การให้บริการฟื้นฟูสุขภาพจิตโดยเฉพาะสำหรับเด็กและผู้สูญเสียคนในครอบครัว
- เร่งฉีดวัคซีนและควบคุมโรคระบาดในพื้นที่อพยพ

2. การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการค้าชายแดน
การปิดด่านชายแดนและการยกเลิกกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างกะทันหัน ได้ทำให้พ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นขาดรายได้อย่างสิ้นเชิง หลายครัวเรือนต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการค้าขายข้ามแดนไปสู่การทำเกษตรพอเพียงชั่วคราว รัฐจึงต้องเข้ามาสนับสนุนอย่างเป็นระบบ
- เปิดด่านการค้าชั่วคราวภายใต้ความปลอดภัยที่ควบคุมโดยทหารและตำรวจ
- ตั้งกองทุนฟื้นฟูธุรกิจ SME ในพื้นที่ชายแดนและเสนอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
- ผลักดันตลาดพหุภาคี เช่น ตลาดกลางสินค้าท้องถิ่น และการค้าร่วมในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
- ฟื้นฟูเส้นทางโลจิสติกส์และระบบขนส่งชายแดนให้ปลอดภัยและเสถียร
“การค้าคือเครื่องมือเชื่อมโยงสันติภาพระหว่างประชาชนสองประเทศ”
3. เสริมสร้างความมั่นคงและความไว้วางใจระหว่างประเทศ
แม้จะมีความพยายามเจรจาสงบศึกหลายครั้งในช่วงกลางปี 2025 แต่ความไม่ไว้วางใจยังคงฝังแน่นในหมู่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ทหาร การฟื้นฟูด้านความมั่นคงจำเป็นต้องใช้ทั้งกลยุทธ์ระยะสั้นเพื่อสร้างความสงบ และระยะยาวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน
- จัดตั้ง “เขตปลอดภัยร่วม” เพื่อเป็นพื้นที่กันชนระหว่างสองประเทศ
- เปิดศูนย์ประสานงานชายแดนระดับพื้นที่เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด
- ส่งเสริมโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชน ทหาร และสื่อระหว่างไทย–กัมพูชา
- สร้างเวทีการพูดคุยประจำเดือนระหว่างผู้นำระดับตำบล-อำเภอ
4. การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
ภาคประชาชนเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน การส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูจะทำให้เกิดความเป็นเจ้าของและลดความตึงเครียดลงอย่างมีประสิทธิภาพ
- ตั้งกองทุนสันติภาพระดับชุมชน
- สนับสนุนเครือข่ายสตรี ชาวบ้าน และเยาวชนในการสื่อสารสร้างสรรค์
- จัดเวทีสาธารณะพูดคุยถึงอดีตและอนาคตร่วมกัน
แนวทางการฟื้นฟูหลังความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นรัฐ ท้องถิ่น ภาคประชาชน และนานาชาติ โดยมีเป้าหมายหลักคือ การสร้างความมั่นคงในชีวิตของประชาชน ฟื้นฟูศักยภาพทางเศรษฐกิจ และปูทางสู่ความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างไทยและกัมพูชาในอนาคต
Don't miss a story
Subscribe to our email newsletter
Don't worry we hate spam as much as you do



