อาร์เจนตินาเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจซ้ำซ้อน เงินเฟ้อทะลุ 150% ต่อปี
นโยบายช็อกเศรษฐกิจ “เล็กๆ” หรือโศกนาฏกรรมที่ใหญ่ขึ้น ?
อาร์เจนตินาเข้าสู่ยุคของวิกฤตเศรษฐกิจซับซ้อน นับตั้งแต่การเลือกตั้ง Javier Milei แกนนำแนวคิดเสรีนิยมสุดโต่งในเดือนธันวาคม 2023 ซึ่งประกาศยกเลิกการควบคุมค่าเงินและตัดงบประมาณสาธารณะอย่างรุนแรง นับตั้งแต่ช่วงนั้นประเทศเข้าสู่การถดถอยก่อน GDP จะฟื้นตัวในไตรมาส 1 ปี 2025 อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ที่ยังตามหลอกคือ “เงินเฟ้อ” ที่พุ่งทะลุระดับ 150% ต่อปี สร้างผลกระทบรอบด้านกับชีวิตประชาชนและโครงสร้างเศรษฐกิจ
📈 เงินเฟ้อถึง 150%: จากจุดต่ำสุดถึงจุดวิกฤต
- IMF คาดการณ์เงินเฟ้อปี 2024 สูงถึง 149.4% และคาดว่าจะลดลงเหลือ ~45% ในปี 2025
- แต่ตัวเลขจริงเดือนพ.ค. 2025 ยังอยู่ที่ระดับ 43.5% ต่อปี แม้ต่ำกว่าปี 2024 แต่ยังเป็นระดับสองหลักที่พุ่งสูงยากควบคุม
- เดือนก.พ. 2025 รายงานอัตราเงินเฟ้อสะสม 12 เดือนอยู่ที่ 66.9% แม้ลดจากสูงสุดแต่สะท้อนถึงความเปราะบางของราคา

📉 ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม
- GDP ฟื้น 5.8% ใน Q1/2025 และคาดเติบโตทั้งปีราว 5.2–5.7% โดยมีดีมานด์ส่งออกและการบริโภคภายในประเทศโดดเด่น
- นักลงทุนต่างชาติเริ่มแสดงความสนใจ แม้โดยรวมยังระวังตัว แต่ดัชนี Merval พุ่งขึ้นกว่า 150% ในปี 2024
- อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อยังคงกดดันครัวเรือนจนเกิดความยากจน – โดยอัตราความยากจนพุ่งสูงถึง 53% กลางปี 2024 ก่อนลดลงเล็กน้อยที่ราว 38%
- ระบบสวัสดิการสาธารณะถูกแรงกดจนตึงเครียด ประชาชนออกประท้วงหลายครั้งต่อนโยบายที่แรงเกินควร
✅ บทสรุป: ช็อกวันหนึ่ง – เจ้าปัญหาอีกหนึ่งวัน
นโยบายเศรษฐกิจล่าสุดของ Milei แม้เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว GDP และนักลงทุนกลับคืน แต่ แรงกดดันจากเงินเฟ้อยังไม่หมด และส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับภาระหนักความสำเร็จระยะกลาง–ยาวของอาร์เจนตินาจะขึ้นกับเงื่อนไข: ปรับลดเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ระดับสองหลักในปี 2025–2026 เก็บสำรอง USD ภายใต้นโยบาย IMF ให้ถึงเป้า ปรับโครงสร้างภาครัฐ–สังคม ให้รองรับกลไกตลาดใหม่และยั่งยืน หากอาร์เจนตินาทำสำเร็จ จะเป็นกรณีศึกษาช็อกที่ปรับตัวได้ แต่หากเจอแรงต้านจากแรงงาน ประชาชน หรือการเมืองที่ไม่เสถียร อาจกลายเป็นวิกฤครอบใหม่ที่ลุกลามยาวนานกว่าเดิม
Don't miss a story
Subscribe to our email newsletter:
Don't worry we hate spam as much as you do



