ภูมิรัฐศาสตร์: ไทยพึ่งสหรัฐฯ, กัมพูชาพึ่งจีน และผลต่อการต่อสู้ชายแดน
ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชาในปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทวิภาคีระหว่างสองประเทศเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงในสมดุลอำนาจภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยไทยมีแนวโน้มพึ่งพาความช่วยเหลือด้านยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ขณะที่กัมพูชาใช้ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับจีนเป็นฐานสำคัญในการเสริมกำลังทหารและสร้างอิทธิพลทางการเมือง
การพึ่งพามหาอำนาจในลักษณะนี้ทำให้ความขัดแย้งชายแดนไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการปกป้องอธิปไตยของประเทศ แต่ยังกลายเป็นสมรภูมิอำนาจทางยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งแต่ละฝ่ายใช้ความสัมพันธ์กับพันธมิตรเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาค
การพึ่งพาสหรัฐฯ ของไทย
ไทยมีประวัติความร่วมมือทางทหารและความมั่นคงกับสหรัฐฯ มายาวนาน ตั้งแต่ยุคสงครามเย็น จนถึงปัจจุบันสหรัฐฯ ยังคงเป็นพันธมิตรสำคัญที่ให้ความช่วยเหลือด้านการฝึก การข่าวกรอง และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เหตุการณ์ความตึงเครียดชายแดนในปี 2025 ทำให้ไทยเร่งกระชับความสัมพันธ์นี้ โดยมีการจัดฝึกร่วมทางทหารและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองเชิงลึกเพื่อเตรียมรับมือภัยคุกคาม
- การฝึกร่วมทางทหาร "คอบร้าโกลด์" และโครงการฝึกเฉพาะกิจชายแดน
- การจัดหาเทคโนโลยีตรวจจับและสกัดกั้นโดรนจากบริษัทสหรัฐฯ
- การสนับสนุนด้านข่าวกรองและระบบสื่อสารยุทธวิธี
การพึ่งพาจีนของกัมพูชา
กัมพูชามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความช่วยเหลือทั้งในด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการสนับสนุนทางทหาร จีนมีบทบาทสำคัญในการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ เช่น ปืนใหญ่พิสัยไกล ระบบป้องกันทางอากาศ และเรือยามชายฝั่ง รวมถึงการส่งที่ปรึกษาทางทหารเพื่อสนับสนุนการฝึกกำลังพลของกัมพูชา
- การจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่จากจีน
- การลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ เช่น ถนนและท่าเรือ
- ความร่วมมือด้านข่าวกรองและการฝึกเจ้าหน้าที่ทหาร

ผลต่อความขัดแย้งชายแดน
การที่ไทยและกัมพูชามีพันธมิตรต่างขั้ว ทำให้ความขัดแย้งชายแดนมีมิติของการแข่งขันทางยุทธศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้อง ความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ และจีนไม่เพียงเพิ่มศักยภาพของกองทัพทั้งสองฝ่าย แต่ยังอาจทำให้การเจรจายุติความขัดแยงมีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากแต่ละฝ่ายต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของพันธมิตรภายนอก
“ชายแดนไทย–กัมพูชาอาจกลายเป็นเวทีปะทะทางยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนในระดับภูมิภาค”
ความเสี่ยงและโอกาส
แม้การมีพันธมิตรต่างชาติเสริมพลังให้กองทัพ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ความขัดแย้งกลายเป็นประเด็นแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ หากทั้งสองประเทศสามารถใช้ความสัมพันธ์นี้เพื่อกดดันให้เกิดการเจรจาแทนการเผชิญหน้า ก็อาจเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสได้
แนวโน้มในอนาคต
- อาเซียนอาจถูกผลักดันให้มีบทบาทกลางเพื่อป้องกันการขยายความขัดแย้ง
- สหรัฐฯ และจีนอาจใช้ช่องทางเศรษฐกิจและการทูตควบคู่กับการสนับสนุนทางทหาร
- ความมั่นคงชายแดนจะยังเป็นตัวแปรสำคัญในเกมภูมิรัฐศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในภาพรวม การพึ่งพาสหรัฐฯ ของไทยและการพึ่งพาจีนของกัมพูชาได้เปลี่ยนความขัดแย้งชายแดนจากเรื่องทวิภาคีให้กลายเป็นสมรภูมิทางยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาคและโลก การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับมหาอำนาจและการสร้างสมดุลทางการทูตจึงเป็นกุญแจสำคัญต่อการรักษาเสถียรภาพในอนาคต
Don't miss a story
Subscribe to our email newsletter
Don't worry we hate spam as much as you do



