บทบาทของการควบคุมโดรน: การยิงโดรนไม่ทราบที่มาในจังหวัดจันทบุรีโดยกองทัพไทย
ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2025 กองทัพไทยได้ดำเนินการสกัดและยิงตกโดรนไม่ทราบสัญชาติในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้เขตชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งในช่วงเวลานั้นกำลังมีความตึงเครียดสูงจากสถานการณ์พิพาทชายแดน เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นสัญญาณเตือนว่าภัยคุกคามจากเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ได้กลายเป็นปัจจัยใหม่ในความมั่นคงชายแดนของไทย
ตามรายงานของกองทัพบกไทย โดรนถูกตรวจพบในเวลาประมาณ 21.45 น. โดยระบบเรดาร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวทางอากาศ หลังจากนั้นมีการส่งหน่วยปฏิบัติการภาคพื้นเข้าสกัดและใช้ระบบต่อต้านอากาศยานยิงตก ซึ่งซากของโดรนถูกเก็บกู้ได้ในพื้นที่ป่าละเมาะห่างจากชายแดนประมาณ 3 กิโลเมตร
ลักษณะของโดรนและการตรวจสอบ
แม้จะยังไม่มีการยืนยันต้นสังกัดอย่างเป็นทางการ แต่การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าโดรนมีโครงสร้างและระบบควบคุมที่สอดคล้องกับรุ่นที่ใช้ในภารกิจลาดตระเวนทางทหาร มีการติดตั้งกล้องความละเอียดสูงและระบบส่งสัญญาณแบบเรียลไทม์ ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าจุดประสงค์หลักของการบินเข้ามาคือการสอดแนมกิจกรรมและความเคลื่อนไหวของกองกำลังในพื้นที่
มาตรการตอบโต้และควบคุมโดรน
- การใช้ระบบเรดาร์และเซ็นเซอร์ตรวจจับ UAV รอบชายแดน
- การจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการต่อต้านโดรน (Counter-UAV Unit) ในพื้นที่เสี่ยง
- การฝึกกำลังพลให้ตอบสนองต่อภัยคุกคามทางอากาศรูปแบบใหม่
- ความร่วมมือด้านข่าวกรองกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อติดตามเส้นทางการบิน

ความสำคัญของการควบคุมโดรนในบริบทความมั่นคง
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าภัยคุกคามด้านความมั่นคงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปะทะทางบกหรือทางทะเล แต่ยังรวมถึงการเฝ้าระวังในมิติทางอากาศ โดยเฉพาะเทคโนโลยี UAV ที่สามารถลักลอบเข้ามาเก็บข้อมูลได้โดยไม่ถูกตรวจจับ การควบคุมและป้องกันการบุกรุกของโดรนจึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องบูรณาการระหว่างกองทัพ หน่วยข่าวกรอง และเทคโนโลยีความปลอดภัย
“ในสงครามยุคใหม่ การควบคุมอากาศไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องบินรบ แต่รวมถึงการสกัดภัยคุกคามจากโดรน”
ปฏิกิริยาและการตีความทางการเมือง
แม้รัฐบาลไทยจะไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าโดรนดังกล่าวมาจากประเทศใด แต่ในแวดวงการเมืองและสื่อมีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจเชื่อมโยงกับสถานการณ์พิพาทชายแดนและความพยายามเก็บข้อมูลทางยุทธศาสตร์ของกองทัพไทย ขณะเดียวกัน ฝ่ายกัมพูชาได้ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องโดยสิ้นเชิง และเรียกร้องให้มีการสอบสวนร่วมเพื่อหาความจริง
แนวโน้มในอนาคต
- การเพิ่มการใช้ระบบต่อต้านโดรนอัตโนมัติ (Anti-Drone Systems)
- การสร้างพื้นที่กันชนทางอากาศ (Air Buffer Zones) รอบพื้นที่สำคัญ
- การจัดทำข้อตกลงทวิภาคีเกี่ยวกับการใช้ UAV ในพื้นที่ชายแดน
ในภาพรวม การยิงโดรนไม่ทราบที่มาในจังหวัดจันทบุรีถือเป็นเหตุการณ์ตัวอย่างที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของสมรภูมิความมั่นคงสมัยใหม่ การพัฒนาระบบตรวจจับและป้องกันภัยทางอากาศให้ทันสมัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ประเทศไทยสามารถป้องกันการละเมิดอธิปไตยและรักษาความปลอดภัยของพื้นที่ชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Don't miss a story
Subscribe to our email newsletter
Don't worry we hate spam as much as you do



