Share Tweet Pin it

การเผชิญหน้าระหว่างทหารและกลุ่ม Thahan Phran ใน Si Saket เมื่อ 4 ก.ค. 2025 โดยไม่มีเหตุรุนแรงต่อสู้


เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2025 เกิดเหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างกองกำลังทหารประจำการของไทยและกลุ่มทหารพราน (Thahan Phran) ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ชายแดนที่มีความอ่อนไหวต่อข้อพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชา เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่ามีความสำคัญ เนื่องจากแม้จะมีการเผชิญหน้าระยะประชิด แต่ไม่มีการปะทุไปสู่ความรุนแรงหรือการปะทะทางอาวุธ

พื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตอำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ใกล้กับเขตปราสาทพระวิหารและพื้นที่พิพาทตามแนวชายแดน โดยเป็นเส้นทางที่ใช้สำหรับการลาดตระเวนร่วมและการรักษาความปลอดภัยมานาน ทหารพรานซึ่งมีบทบาทหลักในการเฝ้าระวังชายแดน ได้เผชิญหน้ากับหน่วยทหารจากฝั่งกัมพูชาที่เคลื่อนกำลังเข้ามาใกล้แนวเขตแดนมากกว่าปกติ

ลำดับเหตุการณ์

ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อหน่วยลาดตระเวนทหารพรานตรวจพบความเคลื่อนไหวของกำลังทหารกัมพูชาใกล้จุดสังเกตการณ์ หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายได้หยุดเคลื่อนที่และเริ่มติดต่อสื่อสารผ่านล่ามและช่องทางวิทยุทหารเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด การเจรจาสั้น ๆ ระหว่างผู้บังคับบัญชาทั้งสองฝ่ายนำไปสู่การถอยร่นเล็กน้อย และการกลับสู่จุดประจำการของแต่ละฝ่ายโดยไม่มีการยิงปะทะ

เหตุผลที่ไม่มีการปะทะ
  • มีการติดต่อสื่อสารโดยตรงระหว่างผู้บังคับบัญชาทั้งสองฝ่าย
  • การปฏิบัติตามกติกาการเผชิญหน้าที่ตกลงกันไว้ในระดับคณะกรรมการชายแดน (GBC)
  • ความพยายามหลีกเลี่ยงการเพิ่มความตึงเครียดในช่วงที่การเจรจาสงบศึกยังคงดำเนินอยู่
ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์

เหตุการณ์ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2025 ถือเป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการสถานการณ์ชายแดนในภาวะตึงเครียดโดยไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศทรุดลงไปอีก และยังเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของทั้งสองฝ่ายในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในสายตาของอาเซียนและผู้สังเกตการณ์จากสหประชาชาติ

ปฏิกิริยาและการวิเคราะห์

นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงมองว่า ความสำเร็จในการหลีกเลี่ยงการปะทะครั้งนี้เกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ การมีช่องทางการสื่อสารที่ชัดเจนระหว่างหน่วยทหาร การปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมที่มีมาก่อนหน้า และการตระหนักถึงผลเสียของการปะทะในช่วงเวลาที่การเมืองและเศรษฐกิจกำลังเปราะบาง

“การชนะในสงครามไม่จำเป็นต้องมาจากการยิงปืน แต่อาจมาจากการไม่ต้องยิงเลย”
ผลกระทบในระยะสั้นและระยะยาว

ในระยะสั้น เหตุการณ์นี้ช่วยลดความเสี่ยงของการเผชิญหน้าที่จะนำไปสู่ความรุนแรง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการเจรจาสันติภาพ ในระยะยาว การมีตัวอย่างเช่นนี้สามารถใช้เป็นกรณีศึกษาในการสร้างกลไกป้องกันเหตุปะทะชายแดนในอนาคต

  • ลดความตึงเครียดในพื้นที่พิพาท
  • สร้างความไว้วางใจระหว่างหน่วยทหาร
  • เป็นสัญญาณบวกต่อการเจรจาสันติภาพในระดับรัฐบาล

เหตุการณ์ในศรีสะเกษเมื่อ 4 กรกฎาคม 2025 แสดงให้เห็นว่าการควบคุมสถานการณ์ชายแดนด้วยสติและการสื่อสารเชิงบวกสามารถป้องกันการสูญเสียได้ แม้ในสถานการณ์ที่ความตึงเครียดยังคงสูง การรักษามาตรฐานนี้ไว้จะเป็นกุญแจสำคัญต่อการลดความขัดแย้งและสร้างสันติภาพในอนาคต


Don't miss a story

Subscribe to our email newsletter

Don't worry we hate spam as much as you do

Related Articles

Business

Description

by Rana F.Sep. 28, 20162
Business

Description

by Rana F.Sep. 28, 20162
Business

Description

by Rana F.Sep. 28, 20162

Leave a reply