การอพยพพลเรือนกว่า 138,000 คนในฝั่งไทย และประมาณกว่า 200,000 คนรวมทั้ง 2 ประเทศ
สถานการณ์การสู้รบชายแดนไทย–กัมพูชาในปี 2025 ได้ก่อให้เกิดการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยเฉพาะในฝั่งประเทศไทยที่มีพลเรือนกว่า 138,000 คนต้องละทิ้งบ้านเรือนเพื่อหนีภัยการปะทะ ขณะที่ตัวเลขรวมทั้งสองประเทศสูงกว่า 200,000 คน เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็นวิกฤติด้านความมั่นคง แต่ยังกลายเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่ต้องการการช่วยเหลือเร่งด่วน
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่คือจังหวัดและชุมชนตามแนวชายแดนที่อยู่ใกล้พื้นที่ปะทะ ซึ่งถูกโจมตีด้วยอาวุธหนักและการยิงตอบโต้ระหว่างกองกำลังของทั้งสองฝ่าย ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน
สาเหตุของการอพยพครั้งใหญ่
การอพยพครั้งนี้เกิดจากความไม่ปลอดภัยอย่างรุนแรงในพื้นที่ ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และการขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ทั้งน้ำดื่ม อาหาร และการรักษาพยาบาล การโจมตีบางครั้งเกิดขึ้นในเวลากลางคืน ทำให้ประชาชนต้องอพยพในสภาพเร่งด่วนและขาดการเตรียมพร้อม
สรุปประเด็นสำคัญ
- พลเรือนกว่า 138,000 คนอพยพในฝั่งไทย
- จำนวนรวมทั้งสองประเทศสูงกว่า 200,000 คน
- การอพยพเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนในสภาพขาดการเตรียมพร้อม

ผู้ที่อพยพส่วนใหญ่ถูกเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวซึ่งตั้งขึ้นในจังหวัดใกล้เคียง โดยมีหน่วยงานรัฐ องค์กรเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาสนับสนุนด้านอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เต็นท์ที่พัก และบริการทางการแพทย์
ผลกระทบด้านมนุษยธรรม
ค่ายพักพิงหลายแห่งมีความหนาแน่นเกินกำลังรองรับ ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขอนามัยและความเป็นอยู่ โรคติดต่อมีแนวโน้มแพร่ระบาดเนื่องจากสภาพแออัด ขณะเดียวกันสภาพจิตใจของผู้ลี้ภัยก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุที่ต้องเผชิญกับความเครียดและการสูญเสีย
“การอพยพคือการทิ้งบ้านและชีวิตเดิมไว้ข้างหลัง เพื่อแลกกับโอกาสรอดชีวิต”
ประโยคนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเจ็บปวดและความไม่แน่นอนของผู้คนที่ต้องละทิ้งบ้านเรือนและทรัพย์สินเพื่อเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์สู้รบ
ความช่วยเหลือและการจัดการ
รัฐบาลไทยได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อดูแลผู้พลัดถิ่นและประสานงานกับหน่วยงานนานาชาติ เช่น สหประชาชาติและกาชาดสากล เพื่อจัดหาเวชภัณฑ์ อาหาร และความช่วยเหลือด้านที่พัก ขณะเดียวกันในฝั่งกัมพูชาก็มีการตั้งค่ายพักพิงขนาดใหญ่รองรับผู้ลี้ภัยหลายหมื่นคน
- จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวและศูนย์ประสานงาน
- จัดส่งอาหาร น้ำดื่ม และเวชภัณฑ์เร่งด่วน
- ดูแลสภาพจิตใจและป้องกันโรคระบาดในค่าย
ในระยะยาว เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีแผนรับมือภัยพิบัติและวิกฤติด้านมนุษยธรรมที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนในยามเกิดความขัดแย้ง
Don't miss a story
Subscribe to our email newsletter
Don't worry we hate spam as much as you do



